ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

ไม้ต้น สูง 18-30 เมตร เปลือกสีเทา แตกเป็นร่องยาวตื้นๆ ตามกิ่งอ่อนมีขนสีขาวปกคลุม ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกเรียงสลับ รูปรี กว้าง 3-5 ซม. ยาว 6-11 ซม. โคนใบมน ปลายใบเป็นติ่งแหลม แผ่นใบค่อนข้างหนา เรียบเกลี้ยง สีเขียว มีขนประปรายตามเส้นใบด้านล่าง ขอบใบเรียบ ก้านใบยาว 0.2-0.7 ซม. ดอก ออกเป็นช่อตามซอกใบ ดอกสีเขียวอมเหลือง กลีบเลี้ยงโคนติดกันเป็นหลอดสั้น ปลายแยกเป็น 5 แฉก ติดทน กลีบดอก 5 กลีบ เกสรเพศผู้มี 10 อัน ผล รูปกลมรี มีเส้นแคบตามยาวของผล ผิวขรุขระเป็นลายสีเขียว มีขนละเอียดสั้นคล้ายกำมะหยี่ พอแก่แตกอ้าออก เมล็ดกลมรี สีน้ำตาลเข้ม มี 1-2 เมล็ด

ถิ่นกำเนิด :

ในแถบเอเชียเขตร้อน และในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

การใช้ประโยชน์ :

เนื้อไม้ - รสขม หอม เป็นยาบำรุงหัวใจ (คือมีอาการหน้าเขียวตาเขียว) ช่วยตับ ปอด ให้เป็นปกติ แพทย์ตามชนบทใช้ปรุงเป็นยาหอมแก้ลมหน้ามืดวิงเวียน ผสมเครื่องหอมทุกชนิด ใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องหอม เช่น ธูปหอม น้ำอบไทย สุมศีรษะ แก้ลมทรางสำหรับเด็ก รับประทานให้ชุ่มชื่นหัวใจ กฤษณาชนิด Aquilaria agallocha ใช้เนื้อไม้เป็นยารักษาโรคปวดข้อ น้ำมันจากเมล็ด - รักษาโรคเรื้อน และโรคผิวหนังได้

ส่วนที่นำมาใช้ :

เนื้อไม้ แก่น และชัน

การขยายพันธุ์ :

การเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง ปักชำ

การกระจายพันธุ์ :

พบในป่าดิบชื้น และป้าดิบแล้ง มีการกระจายพันธุ์ไปใน อินเดีย ปากีสถาน ศรีลังกา ทิเบต ภูฐาน พม่า และจีน

ช่วงเวลามีดอกและผล :

ออกดอกช่วงผลัดใบ ประมาณเดือนมีนาคม-เมษายน หรือช่วงหลังปีใหม่ ถ้าฝนแล้งก็จะมีดอกช่วงเดือนมีนาคม โดยจะมีดอก 2 ชุดคือ ชุดเล็กและชุดใหญ่ (บางครั้งจะมี 1 ชุด) ผลจะแก่ช่วงเดือนพฤษภาคม-มิถุนายน

ข้อควรระวัง :

ควรใช้ความระมัดระวังในการรับประทาน เช่นสตรีมีครรภ์ไม่ควรรับประทานหรือ ไม่ควรใช้เกินขนาดที่กำหนด หรือใช้ติดต่อกันเป็นระยะเวลานานเกินไป ตลอดจนผู้ที่มีโรคประจำตัวควรปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ เพราะอาจส่งผลต่อสุขภาพได้

อนุกรมวิธาน

FAMILY : THYMELAEACEAE

a