ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :

ไม้ต้นขนาดใหญ่ สูงประมาณ 20-40 เมตร ไม่ผลัดใบ เรือนยอดเป็นพุ่มทึบกลม เปลือกสีน้ำตาลดำ ใบเป็นใบเดี่ยว เรียงสลับ รูปไข่แกมรูปหอก กว้าง 3-6 ซม. ยาว 10-14 ซม. เนื้อใบค่อนข้างหนา ปลายใบเรียว โคนใบมนและเบี้ยว หลังใบมีต่อมอยู่ตามง่ามแขนงเส้นใบ ดอกเล็กสีขาว ออกเป็นช่อยาวๆ ตามง่ามใบและปลายกิ่ง กลิ่นหอม มีขนนุ่ม กลีบรองดอกเป็นถ้วยเล็ก กลีบดอก 5 กลีบ โคนกลีบเชื่อมติดกัน ผลกลมหรือรูปไข่เกลี้ยง ปลายมนเป็นติ่ง ขนาดผ่าศูนย์กลาง 0.6 ซม. ยาว 1 ซม.ปีกยาว 1 คู่ รูปใบพาย ปลายปีกกว้างค่อยๆ สอบเรียวมาทางโคนปีก เส้นปีกตามยาวมี 7 เส้น ปีกสั้น มีความยาวไม่เกินความยาวของตัวผล

ถิ่นกำเนิด :

ตะเคียนมีการกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติทางตอนใต้ และตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปเอเชีย ในแถบประเทศไทย พม่า ลาว เวียดนาม กัมพูชา มาเลเซีย บังกลาเทศ และอินเดีย พบในป่าดิบชื้น

การใช้ประโยชน์ :

แก่นมีรสขมอมหวาน รักษาคุดทะราด ขับเสมหะ แก้โลหิตและกำเดา แก้ท้องร่วง แก้บิด สมานแผล เปลือกต้น แก้ปวดฟัน แก้เหงือกบวม เนื้อไม้ แก้คุดทะราด แก้ท้องร่วง แก้เสมหะ คุมธาตุ สมานแผล ยาง สมานแผล แก้ท้องเสีย แก้บิด แก้ไฟและน้ำร้อนลวก เนื้อไม้ต่อเรือ ทำเครื่องตกแต่งบ้าน และเครื่องมือใช้ในทางกสิกรรม เนื้อไม้สวยและทนทาน

ส่วนที่นำมาใช้ :

เปลือก แก่น ดอก ยาง ชัน

การขยายพันธุ์ :

ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด

การกระจายพันธุ์ :

ตะเคียนเป็นไม้ที่มีเขตการกระจายพันธุ์ตามธรรมชาติอยู่ทางตอนใต้และตะวันออกเฉียงใต้ของทวีปเอเซียแถบประเทศไทย พม่า ลาว เวียดนาม กัมพูชา และมาเลเซีย เป็นไม้ในป่าดงดิบขึ้นเป็นหมู่กระจัดกระจายอยู่ตามที่ราบ หรือค่อนข้างราบใกล้ฝั่งแม่น้ำ

ช่วงเวลามีดอกและผล :

ออกดอกระหว่างเดือนมกราคม-มีนาคม ดอกจะไม่ออกทุกปี ช่วงดอกออกมากประมาณ 3 - 5 ปี/ครั้ง ออกผลระว่างเดือนกุมภาพันธ์-เมษายน

อนุกรมวิธาน

FAMILY : DIPTEROCARPACEAE

สถานที่ชม :


แก้ไขข้อมูล ณ วันที่ 28 พฤษภาคม 2563

a