• สวนสัตว์ดุสิต
  • สวนสัตว์เปิดเขาเขียว
  • สวนสัตว์เชียงใหม่
  • สวนสัตว์นครราชสีมา
  • สวนสัตว์สงขลา
  • สวนสัตว์อุบลราชธานี
  • สวนสัตว์ขอนแก่น
  • คชอาณาจักร

   
   
ลักษณะทั่วไป : เป็นนกขนาดใหญ่และไม่มีเดือย จัดอยู่ในสัตว์ปีกจำพวกไก่ฟ้าของไทย ความยาววัดจากปลายปากถึงปลายหางประมาณ 76 - 200 เซนติเมตร ตัวผู้สวยกว่าตัวเมียมาก ตัวสีน้ำตาลปนเทา ขนปีกยาว มีจุดกลมคล้ายลูกตาบนปีกเป็นระยะตามความยาวของขนปีก กลางหัวมีขนเป็นหงอน หรือสันเล็ก ๆ หน้าและคอสีฟ้า ปากเหลือง ขาแดง ตัวผู้มีขนหางคู่กลางยาวเลยเส้นอื่นออกไปมาก ส่วนตัวเมียจะไม่มี
ถิ่นอาศัย, อาหาร : พบในสุมาตรา บอร์เนียว เทือกเขาตะนาวศรี ประเทศไทยพบทางภาคใต้ตั้งแต่ประจวบคีรีขันธ์ลงไปตลอดแหลมมลายู เป็นนกประจำถิ่นซึ่งค่อนข้างหายาก นกหว้ากินเมล็ดพืช ผลไม้ที่หล่นตามพื้นดิน แมลงและตัวหนอน
พฤติกรรม, การสืบพันธุ์ : นกหว้าชอบอาศัยอยู่ตามป่าทึบและป่าลึก ในระดับเชิงเขาจนกระทั่งถึงระดับความสูง 900 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นนกขี้อาย ไม่ชอบให้ใครพบเห็น มีเสียงร้องดังมาก เราจึงมักได้ยินเสียงร้องมากกว่าเห็นตัว เสียงที่ร้องดัง “ว้าว ว้าว”บางครั้งร้องได้ถึง 30 ครั้ง ได้ยินไปทั่วป่า ปกติชอบอยู่โดดเดี่ยว นอกจากในฤดูผสมพันธุ์ เมื่อถึงฤดูผสมพันธุ์ นกหว้าตัวผู้จะทำลานไว้สำหรับรำแพนขนปีกอวดตัวเมีย เรียกว่า “ ลานนกหว้า” ที่ลานนั้นมันจะรักษาความสะอาดอย่างดี เก็บกิ่งไม้ใบไม้ออกหมดตลอดเวลา หลังจากนั้นตัวผู้ก็จะร้องเรียกตัวเมีย เมื่อพบตัวเมีย ตัวผู้จะรำแพนขนปีกเพื่อดึงดูดใจตัวเมียก่อนผสมพันธุ์ เมื่อพ้นฤดูผสมพันธุ์แล้ว ตัวเมียจะแยกออกไปทำรังออกไข่ ตัวเมียจะสร้างรังหยาบๆ ด้วยกิ่งไม้เล็กบนพื้นดินใต้พุ่มไม้ทึบ ปูพื้นรังด้วยใบไม้ วางไข่เพียง 2 ฟองเท่านั้นโดยห่างกัน 2 วัน ไข่มีสีครีมหรือขาว ระยะฟักไข่ 26 วัน ลูกนกแรกเกิดสามารถลืมตาได้ มีขนอุยปกคลุมทั่วตัวและสามารถเดินตามแม่ไปหาอาหารได้ทันที
สถานภาพปัจจุบัน : นกหว้าเป็นนกประจำถิ่น ที่ปัจจุบันหาพบได้ยาก และปริมาณน้อยมาก จัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าพุทธศักราช 2535
สถานที่ชม :
สถานที่ จำนวน
สวนสัตว์นครราชสีมา 6
สวนสัตว์สงขลา 4
สวนสัตว์นครราชสีมา 1
สวนสัตว์สงขลา 1
สวนสัตว์เชียงใหม่ 1

 
ปฏิทินกิจกรรม

สมัครรับข่าวสาร