กบยักษ์แอฟริกัน/African Bullfrog (Pyxicephalus adspersus)

สิ่งที่น่าสนใจ :

ผิวหนังของกบเพศผู้สีเขียวแบบผิวลูกมะกอก บริเวณลำคอสีเหลืองถึงสีส้ม เพศเมียสีผิวสีเขียวจนถึงสีน้ำตาลอ่อน บริเวณคอสีน้ำตาลอ่อนจนถึงสีขาว ทั้งสองเพศมีเส้นนูนวิ่งตามแนวยาวของหลัง วัยอ่อนผิวหนังจะสีสันมากกว่าช่วงโตเต็มวัย จะมีเส้นสีขาวหรือเหลืองหลายเส้นตามแนวยาวของแผ่นหลังที่มีรอยด่าง เส้นสีบนหลังและรอยด่างจางหายไปเมื่อกบอายุเพิ่มขึ้น

ถิ่นอาศัย :

มีการกระจายพันธุ์ในทุ่งหญ้าและป่าโปร่งซาวันนา ทั้งแบบแห้งแล้งและแบบชุ่มชื้น ป่าไม้พุ่ม ทะเลสาบน้ำจืด บึงน้ำจืด พื้นที่เพาะปลูก ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ คลองและคูน้ำ ของกลุ่มประเทศในพื้นที่ทวีปแอฟริกาที่อยู่ทางตอนใต้ของทะเลทรายซาฮาร่า มาลาวี แซมเบีย ไนจีเรีย โซมาเลีย โมซัมบิก แองโกลา แอฟริกาใต้ เคนยา โรดีเซีย แทนซาเนีย และซูดาน

อาหาร :

กบแอฟริกันบูลฟร็อค เป็นสัตว์กินเนื้อสัตว์อื่นเป็นอาหาร โดยกินสัตว์ชนิดที่มีกำลังน้อยกว่าและถูกจับเข้าปากได้ เช่น สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง สัตว์เลื้อยคลาน สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมขนาดเล็ก หรือแม้กระทั่งนกขนาดเล็ก การกินพวกเดียวกันเองจะเกิดขึ้นในช่วงต้นของการเติบโตเปลี่ยนแปลงร่างกายจากลูกอ๊อดไปเป็นกบ โดยอาหารมื้อแรกก็คือตัวอื่นๆ ที่เกิดจากชุดไข่เดียวกัน

พฤติกรรม :

พฤติกรรมที่น่าสนใจอีกเรื่องหนึ่งคือ พฤติกรรเพื่อการอยู่รอดได้ในช่วงที่สภาพพื้นที่แห้งแล้ง กบจะมีกิจกรรมต่างๆ ในช่วงฤดูฝน เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตจะเป็นช่วงของการจำศีลใต้พื้นดิน เพื่อหลบจากความแห้งแล้ง การขุดจะมีปุ่มที่ฝ่าเท้าด้านหลัง ( metatarsal tubercle ) เป็นตัวช่วย ในช่วงการจำศีล กบแอฟริกาบูลฟร็อคจะมีการลอกคราบออกมาหลายชั้นเพื่อคลุมร่างกายคล้ายกับใยไหม ในช่วงการจำศีลการทำงานของอวัยวะต่างๆ จะค่อยๆลดลง ในช่วงการจำศีลอาจจกินเวลาเป็นปีหรือมากกว่านั้น ในช่วงฤดูฝนกบก็ยังใช้การฝังตัวในดินและให้ส่วนจมูกโผล่ขึ้นมาเหนือดิน เพื่อดักจังสัตว์ขนาดเล็กที่โชคร้ายเดินผ่านมาในระยะที่จับกินเป็นอาหารได้

สถานภาพปัจจุบัน :

สิ่งมีชีวิตที่มีความเสี่ยงต่ำต่อการสูญพันธุ์

อนุกรมวิธาน

CLASS : Amphibia

ORDER : Anura

FAMILY : Pyxicephalidae

GENUS : Pyxicephalus

SPECIES : African Bullfrog (Pyxicephalus adspersus)

สถานะภาพทางการอนุรักษ์ : สิ่งมีชีวิตที่มีความเสี่ยงต่ำต่อการสูญพันธุ์

วัยเจริญพันธุ์ :

ในช่วงฤดูผสมพันธุ์ บกแอฟริกันบูลฟรอคเพศผู้จะมารวมกันเป็นกลุ่มใหญ่ พฤติกรรมก้าวร้าวจะเกิดขึ้นในกลุ่มโดยที่เพศผู้ที่มีขนาดร่ากายใหญ่จะผลัก ไล่ตามกัด หรือกินเพศผู้ขนาดเล็ก เพื่อปกป้องพื้นที่เล็กๆ ตรงกลางแหล่งน้ำ และเริ่มร้องเรียกตัวเมียโดยเสียงร้องโทนต่ำ กบเพศเมียเมื่อได้ยินเสียงร้องนี้ จะว่ายใต้น้ำไปยังศูนย์กลางของฝูงกบเพศผู้โดยว่ายเข้าหา กบเพศผู้ตัวที่ใหญ่และแข็งแรงที่สุดในพื้นที่นั้น แล้วกบเพศผู้จะจับกบเพศเมียเพื่อผสมพันธุ์ในท่าที่ใช้มือและขาจับในส่วนหลังขาหน้าบริเวณรักแร้ และจุดที่ทั้งสองเพศอยู่จะเป็นจุดที่น้ำตื้นเพื่อให้ขาของทั้งสองตัวสัมผัสพื้นได้เพื่อเริ่มผสมพันธ์ กบเพศเมียอาจมีการปล่อยไข่มากถึง 4,000 ฟอง และไข่จะถูกปฏิสนธิเหนือผิวน้ำ กบเพศผู้จะทำหน้าที่เป็นผู้ปกป้องลูกอ๊อด ซึ่งพบได้น้อยในกบชนิดอื่น เมื่อลูกอ๊อดที่ออกจากไข่ อาหารส่วนหนึ่งของลูกอ๊อดคือการกินกันเอง พ่อกบจะเฝ้าอยู่นานประมาณ 3 สัปดาห์ที่เป็นช่วงเวลาลูกอ๊อดเจริญเติบโตและเปลี่ยนแปลงไปเป็นกบ ถ้าสระน้ำที่ลูกอ๊อดอยู้แห้งมาก พ่อกบจะขุดช่องให้ลูกอ๊อดไหลเคลื่อนไปยังแหล่งน้ำใกล้เคียง ในช่วงเวลาที่พ่อกบเฝ้าลูกอ๊อด ก็มีสิ่งที่ต้องจ่ายคือพ่อกบจะกินลูกอ๊อดเป็นจำนวนมาก

ขนาดและน้ำหนัก :

เป็นกบที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสามรองจากกบโกไลแอท และ คางคกยักษ์ออสเตรเลีย เพสผู้อาจมีน้ำหนักมากถึง 1.4 กิโลกรัม ความยาวจากปลายจมูกถึงก้น 24.5 เซนติเมตร โดยที่ขนาดของเพศเมียจะเล็กกว่าเพศผู้ครึ่งหนึ่ง ซึ่งแตกต่างจากจากสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกส่วนใหญ่ที่เพศเมียจะมีขนาดร่างกายใหญ่กว่าเพศผู้ ซึ่งจะช่วยในการผสมพันธ์แบบปฏิสนธินอกร่างกาย

ข้อมูลอ้างอิง :

รายละเอียดเพิ่มเติม

สถานที่ชม :


แก้ไขข้อมูล ณ วันที่ 18 ตุลาคม 2564

a